ทำความเข้าใจ CBD: 10 ประเด็นที่นักวิจัยกำลังศึกษา

โดย Siam Green · · อัปเดตล่าสุด 29 มิถุนายน 2569
ผลิตภัณฑ์ CBD ภายใต้กรอบกฎหมายไทย โดย Siam Green Cannabis Co

แคนนาบิดิออล หรือ CBD คือสารกลุ่มแคนนาบินอยด์ชนิดหนึ่งที่พบในต้นกัญชาสาย sativa วงการแพทย์และนักวิจัยให้ความสนใจ CBD อย่างต่อเนื่อง เพราะมีคุณสมบัติที่แตกต่างจาก THC อย่างมีนัยสำคัญ ผลิตภัณฑ์ที่มี CBD เป็นส่วนประกอบในปัจจุบันมีหลายรูปแบบ ทั้งน้ำมัน แคปซูล สเปรย์ โลชั่น รวมถึงการผสมในอาหาร เครื่องดื่ม และผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางบางประเภท

อะไรทำให้ CBD ได้รับความสนใจอย่างกว้างขวาง ลองมาดูประเด็นที่งานวิจัยศึกษากันให้ละเอียดยิ่งขึ้น

สรุปประเด็นสำคัญ

10 คุณสมบัติของ CBD ที่งานวิจัยให้ความสนใจ

  1. บทบาทต่ออาการปวด

มีหลักฐานบางส่วนชี้ว่า CBD อาจมีบทบาทกับอาการปวดเรื้อรัง ตามข้อมูลของ National Centers for Complementary and Integrative Health (NCCIH) ประกอบกับงานวิจัยปี 2003 ที่รายงานว่าการได้รับ CBD มีความสัมพันธ์กับคะแนนความปวดที่ลดลงในผู้ป่วยที่ได้รับผลกระทบจากโรคปลอกประสาทเสื่อม การบาดเจ็บไขสันหลัง การตัดแขนขา และการบาดเจ็บของเส้นประสาทไหล่ ผู้ใช้บางส่วนยังรายงานประสบการณ์เกี่ยวกับอาการปวดที่เกิดจากเส้นประสาท ในกรณีหมอนรองกระดูกเคลื่อนหรืองูสวัด

  1. อาการชักและโรคลมชัก

มีงานวิจัยระบุว่า CBD อาจมีบทบาทกับการชักบางประเภท เช่น Lennox-Gastraut, Dravet syndrome และ tuberous sclerosis complex องค์การอนามัยโลก (WHO) ได้บันทึกข้อมูลด้านนี้ไว้ และยา Epidiolex ซึ่งเป็นยาน้ำสกัดจาก CBD ได้รับการอนุมัติจากองค์การอาหารและยาสหรัฐ (FDA) ในปี 2018 สำหรับการรักษาอาการชักบางประเภท

อย่างไรก็ตาม ผลลัพธ์จากการใช้ CBD เพื่อรักษาอาการชักขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล บางรายอาจควบคุมอาการได้เต็มที่ บางรายเห็นความถี่ของอาการลดลง บางรายอาจไม่เห็นความเปลี่ยนแปลง และ CBD ไม่ได้รักษาที่ต้นเหตุของโรคลมชัก

  1. มะเร็ง

CBD ไม่ใช่ การรักษามะเร็ง อย่างไรก็ตาม นักวิจัยได้รายงานว่า CBD มีศักยภาพที่ชะลอการเติบโต หรือทำลายเซลล์มะเร็งบางชนิดได้ในระดับห้องปฏิบัติการ การศึกษาในสัตว์ทดลองยังพบว่าแคนนาบินอยด์อาจชะลอการเติบโตและลดการแพร่กระจายของมะเร็งบางรูปแบบ

  1. บทบาทต่อผลข้างเคียงจากเคมีบำบัด

ผู้ป่วยที่อยู่ระหว่างการรักษาด้วยเคมีบำบัดอาจประสบอาการคลื่นไส้และอาเจียน งานวิจัยชี้ว่า CBD มีคุณสมบัติทางเภสัชวิทยาบางประการที่อยู่ในกระบวนการศึกษาเกี่ยวกับการบรรเทาผลข้างเคียงเหล่านี้

  1. ความวิตกกังวลและภาวะซึมเศร้า

งานวิจัยหลายชิ้น ที่ศึกษา CBD กับความวิตกกังวลให้ผลในทิศทางที่สอดคล้องกัน งานวิจัยปี 1993 พบว่าผู้รับ CBD รายงานความวิตกกังวลลดลงในสถานการณ์การพูดต่อสาธารณะ ส่วนงานวิจัยปี 2019 รายงานว่า CBD ให้ผลดีกว่ายาหลอกในกลุ่มวัยรุ่นที่มีความวิตกกังวลทางสังคม

แพทย์มักใช้ยากลุ่มเดียวกันในการดูแลทั้งภาวะซึมเศร้าและความวิตกกังวล ซึ่งสะท้อนว่ากระบวนการทางสมองที่เกี่ยวข้องน่าจะใกล้เคียงกัน CBD อาจมีปฏิสัมพันธ์กับตัวรับในสมองที่ส่งผลต่อระดับสารสื่อประสาทเซโรโทนิน อันเป็นสารที่เกี่ยวข้องกับอารมณ์

  1. การติดสารเสพติด

การใช้ยากลุ่มโอปิออยด์และเฮโรอีนเพื่อระงับความปวดเฉียบพลันมีความเสี่ยงต่อการติดสาร งานวิจัยหนึ่งรายงานว่าผู้เข้าร่วมที่ได้รับ CBD รายงานความอยากเฮโรอีนลดลง โดยมีผลต่อเนื่องประมาณหนึ่งสัปดาห์ การศึกษาในสัตว์ทดลองยังชี้ว่า CBD อาจช่วยลดความอยากต่อสารเสพติดอื่น ๆ เช่น แอลกอฮอล์ กัญชา และสารกระตุ้นประสาทบางชนิด

  1. โรคอัลไซเมอร์

โรคอัลไซเมอร์เป็นสาเหตุของภาวะสมองเสื่อมที่พบมากที่สุด งานวิจัยปี 2019 แสดงผลที่น่าสนใจว่า CBD อาจมีบทบาทยับยั้งปัจจัยบางอย่างที่นำไปสู่โรคอัลไซเมอร์ และอาจมีประสิทธิภาพมากขึ้นเมื่อใช้ร่วมกับ THC ขณะที่งานวิจัยปี 2021 รายงานว่าการให้ CBD ในขนาดสูงในผู้ป่วยอัลไซเมอร์ระยะท้าย ส่งผลต่อระดับโปรตีนที่เกี่ยวข้องกับการกำจัดคราบโปรตีนในสมอง

  1. การนอนหลับ

อาการนอนหลับยากหรือหลับไม่สนิท มักเชื่อมโยงกับการตอบสนองต่อความเครียดที่มากเกินไป งานวิจัยชี้ว่า CBD อาจมีปฏิสัมพันธ์กับสมองส่วนไฮโพทาลามัสซึ่งเกี่ยวข้องกับวงจรการนอนและการควบคุมฮอร์โมนความเครียด

  1. ระบบหัวใจและหลอดเลือด

นักวิจัยรายงานว่า CBD อาจมีบทบาทกับผู้ที่มีความดันโลหิตสูง ซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงของหลายภาวะ ทั้งโรคหลอดเลือดสมอง หัวใจวาย และกลุ่มอาการเมตาบอลิก โดยกลไกที่อยู่ระหว่างการศึกษาคือการขยายหลอดเลือด

  1. เบาหวาน

การทดสอบในเซลล์มนุษย์ระบุว่า CBD อาจส่งผลต่อภาวะน้ำตาลในเลือดสูง ซึ่งเชื่อมโยงกับโรคเบาหวาน และภาวะแทรกซ้อนอื่น นักวิจัยจึงเสนอแนวทางการศึกษาต่อในประเด็นภาวะแทรกซ้อนของเบาหวานและการเกาะตัวของคราบไขมันในผนังหลอดเลือด งานวิจัยขนาดเล็กอีกชิ้นพบว่า CBD อาจสัมพันธ์กับการควบคุมระดับฮอร์โมนที่เกี่ยวข้องกับอินซูลิน

บทสรุป

CBD หรือแคนนาบิดิออล เป็นแคนนาบินอยด์ที่ได้รับความสนใจในแวดวงสุขภาพ และนักวิจัยยังคงศึกษาต่อเนื่องว่า CBD ทำงานกับร่างกายอย่างไร โดยมักถูกกล่าวถึงในฐานะทางเลือกหนึ่งสำหรับผู้ที่สนใจกัญชาโดยไม่ต้องการความรู้สึกมึนเมา ประเด็นที่นักวิจัยศึกษา ได้แก่ อาการปวดเรื้อรัง ความถี่ของอาการชัก และผลข้างเคียงจากเคมีบำบัด เช่น อาการคลื่นไส้และอาเจียน ทั้งนี้ผู้สนใจควรปรึกษาบุคลากรทางการแพทย์เพื่อรับข้อมูลที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคล

Come say hi.

Drop into the nearest branch. We're better in person.

See all five branches →