ผลของกัญชาต่อสมรรถนะและความปลอดภัยในการขับขี่

โดย Siam Green · · อัปเดตล่าสุด 10 พฤษภาคม 2569
ไอคอนใบกัญชาสีเขียวพร้อมลูกศรวนและสายฟ้า

การขับรถภายใต้ฤทธิ์แอลกอฮอล์เป็นเรื่องที่ทุกท่านทราบดีว่าไม่ปลอดภัย กรณีกัญชาก็เช่นเดียวกัน แม้กัญชาจะให้ความรู้สึกผ่อนคลาย แต่ฤทธิ์ต่อจิตประสาทอาจกระทบการรับรู้เวลาและการตัดสินใจ ซึ่งทั้งสองประการเป็นปัจจัยสำคัญต่อสมรรถนะและความปลอดภัยในการขับขี่

ขออธิบายเหตุผลว่า เพราะเหตุใดท่านจึงไม่ควรขับรถหลังการใช้กัญชาในทุกรูปแบบ

ประเด็นสำคัญโดยสรุป

ฤทธิ์ของกัญชาส่งผลต่อการขับขี่อย่างไร

ฤทธิ์ของกัญชาอาจชะลอการตอบสนองของผู้ใช้ ดังนั้นการขับรถหลังการบริโภคกัญชาอาจทำให้ ทักษะการเคลื่อนไหวลดลง ส่งผลต่อการตอบสนองในสถานการณ์จราจร เช่น การเบรกหรือการหลบสิ่งกีดขวาง นอกจากนี้ยังอาจลดสมาธิและความตั้งใจของผู้ขับขี่ จนอาจมองข้ามป้ายจราจร คนเดินถนน และยานพาหนะอื่นๆ

นอกจากนี้ การบริโภคกัญชาอาจกระทบการตัดสินใจ ซึ่งอาจเป็นภัยต่อชีวิตทั้งของผู้ขับขี่และผู้อื่น เมื่อผู้ขับอาจตัดสินใจที่เสี่ยง ขับอย่างประมาท หรือฝ่าฝืนกฎหมาย ฤทธิ์ของกัญชายังทำให้การรับรู้พื้นที่และเวลาผิดเพี้ยน จนยากจะประเมินความเร็วและระยะห่างของยานพาหนะอื่น

กัญชาทำให้การขับขี่บกพร่องในระดับใด

กัญชาส่งผลต่อทักษะการขับขี่ แม้ระดับผลกระทบจะขึ้นอยู่กับปริมาณและตัวบุคคล

ตาม International Council on Alcohol, Drugs & Traffic Safety (ICADTS) มีการศึกษาเรื่องการบริโภคกัญชาและทักษะการขับขี่หลายครั้ง การศึกษาในเนเธอร์แลนด์เมื่อปี 2543 ให้ผู้เข้าร่วมสูดไอกัญชาที่มีสัดส่วน Tetrahydrocannabinol (THC) และ Cannabidiol (CBD) ต่างกัน จากนั้นทดสอบในเครื่องจำลองการขับรถ ผลพบว่าผู้ที่บริโภคผลิตภัณฑ์ที่มี THC ได้รับผลกระทบต่อการขับขี่ ขณะที่ CBD เพียงอย่างเดียวไม่พบผลดังกล่าว

อีกหนึ่งการศึกษาบนถนนจริงเกี่ยวกับสมรรถนะการขับขี่ของผู้ใช้กัญชาแบบครั้งคราวและแบบเรื้อรัง พบว่าเฉพาะกลุ่มครั้งคราวเท่านั้นที่ได้รับผลกระทบ ผู้บริโภคประจำที่ได้รับ THC ในระดับ 10 หรือ 20 มก. ไม่พบการลดทอนสมรรถนะการขับ อย่างไรก็ดี ไม่ได้แปลว่า THC ปลอดภัยสำหรับผู้ใช้ประจำเมื่อขับรถหลังการบริโภค ข้อมูลนี้สะท้อนว่าผู้บริโภคสม่ำเสมอพัฒนาความทนต่อผลกระทบบางอย่าง แต่การขับขี่หลังบริโภคผลิตภัณฑ์ THC ยังคงมีอันตรายสำหรับผู้ใช้ประจำ เนื่องจากอาจบริโภคในปริมาณสูงขึ้นเพื่อให้ได้ผล ซึ่งอาจกระทบสมรรถนะการขับขี่

กัญชาทางการแพทย์และการขับขี่

ตาม การศึกษาในออสเตรเลียปี 2564 ผู้ป่วยที่ใช้กัญชาทางการแพทย์มักบริโภคผลิตภัณฑ์ทุกวันตามภาวะสุขภาพและในระยะยาว ทำให้พัฒนาความทนต่อผลของ THC ซึ่งหมายถึงพัฒนาความทนต่อการลดทอนสมรรถนะการขับขี่ด้วย

การศึกษายังรายงานว่า ผู้เข้าร่วมที่ใช้กัญชาสม่ำเสมอ เช่น ทุกวันหรือเกือบทุกวัน ไม่พบการลดทอนสมรรถนะการขับขี่เมื่อได้รับ dronabinol (THC สังเคราะห์ที่ใช้เป็นยาในผู้ป่วยกัญชาทางการแพทย์) ในปริมาณ 10 หรือ 20 มก. ในทางกลับกัน ผู้ใช้แบบครั้งคราว ซึ่งโดยทั่วไปน้อยกว่าหนึ่งครั้งต่อสัปดาห์ พบการลดทอนสมรรถนะการขับขี่ โดยเฉพาะเมื่อได้รับในปริมาณ 20 มก.

ผลสรุปได้ว่า การลดทอนสมรรถนะการขับขี่มีแนวโน้มเกิดในช่วงเริ่มต้นของการรักษาด้วย THC ผู้ป่วยจึงควรได้รับคำแนะนำให้ระมัดระวังการขับขี่อย่างยิ่ง จนกว่าแผนการรักษาจะเข้าที่ ทางเลือกที่ปลอดภัยที่สุดคือ การงดเว้นการขับขี่ในขณะที่ใช้ ผลิตภัณฑ์กัญชาทางการแพทย์ หรือผลิตภัณฑ์กัญชาเพื่อการพักผ่อน เพื่อไม่ให้เป็นภัยต่อตนเองและผู้อื่น

หลังการใช้กัญชา ควรเว้นนานเท่าใดจึงปลอดภัยต่อการขับขี่

ข้อเท็จจริงคือ ไม่มีระยะเวลาตายตัว ที่ระบุได้ว่าหลังการบริโภคกัญชาเมื่อใดจึงปลอดภัยต่อการขับขี่ เนื่องจากผลของกัญชาส่งผลกับแต่ละบุคคลแตกต่างกัน ระยะเวลาฟื้นตัวขึ้นอยู่กับลักษณะทางชีววิทยาของผู้บริโภค ปริมาณ THC ประสบการณ์ของผู้บริโภค ประเภทของกัญชา และวิธีการบริโภค การรับประทานกัญชาทำให้ผลคงอยู่นานกว่าและฟื้นตัวช้ากว่า เนื่องจากใช้เวลาในการดูดซึมและเผาผลาญนานกว่าการสูบ

ผู้ใช้กัญชาบ่อยมักมีความทนต่อ THC สูงกว่า และอาจสามารถขับขี่ได้อย่างปลอดภัยเร็วกว่าผู้ใช้แบบครั้งคราว อย่างไรก็ดี ความทนของผู้ใช้ประจำจะไม่ช่วยหากใช้ THC ในปริมาณสูงขึ้นเพื่อให้ได้ฤทธิ์ก่อนขับรถ ซึ่งอาจนำไปสู่อุบัติเหตุรุนแรง การศึกษาล่าสุดในผู้ใช้กัญชาแบบครั้งคราว ระบุว่า ผู้เข้าร่วมที่สูดไอ THC ในปริมาณ 13.75 มก. โดยทั่วไปสามารถขับขี่ได้อย่างปลอดภัยเมื่อผ่านไป 4 ถึง 5 ชั่วโมง และหลัง 8 ชั่วโมงหากรับประทาน THC ในปริมาณ 20 มก.

กัญชาเทียบกับแอลกอฮอล์ในการขับขี่

แอลกอฮอล์มีลักษณะที่ต่างจากกัญชา โดยลดการยับยั้งและเพิ่มพฤติกรรมเสี่ยงผ่านการสร้างความมั่นใจในตนเองเกินจริง เช่น การขับเร็ว ในทางกลับกัน กัญชาส่งผลต่อทักษะสำคัญในการขับขี่ มักเชื่อมโยงกับการขับช้าลงและการเว้นระยะห่างจากรถคันหน้ามากขึ้น สิ่งที่คล้ายกันเล็กน้อยระหว่างแอลกอฮอล์และกัญชาคือ การเคลื่อนของรถภายในเลนที่เพิ่มขึ้น

การใช้กัญชาร่วมกับแอลกอฮอล์ แม้ในระดับความเข้มข้นต่ำ เพิ่มความเสี่ยงในการขับขี่อย่างมาก เนื่องจากให้ผลที่กระทบสมรรถนะมากกว่าการใช้สารใดสารหนึ่งเพียงอย่างเดียว

บทสรุป

การขับรถหลังการใช้กัญชาอาจชะลอการตอบสนอง ซึ่งกระทบการตัดสินใจบนถนน การลดทอนสมรรถนะการขับขี่นำไปสู่ความเสี่ยงอื่นๆ ทั้งการขับประมาท การมองข้ามป้ายจราจร คนเดินถนน และยานพาหนะอื่นๆ ผู้บริโภค THC มีแนวโน้มได้รับผลกระทบในการขับขี่มากกว่าผู้ที่ใช้ CBD เพียงอย่างเดียว ผู้ใช้กัญชาบ่อยมีความทนต่อผลกระทบมากกว่าผู้ใช้ครั้งคราว ทั้งนี้ ไม่ได้แปลว่าผู้ใช้บ่อยปราศจากผลกระทบในการขับขี่

ไม่สามารถระบุระยะเวลาที่แน่นอนสำหรับการฟื้นตัว เนื่องจากขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ทั้งปริมาณ THC ประสบการณ์ของผู้ใช้ ประเภทของกัญชา และวิธีการบริโภค จึงไม่มีระยะเวลาตายตัวที่ถือว่าปลอดภัยต่อการขับขี่หลังการบริโภค การใช้กัญชาร่วมกับแอลกอฮอล์ก่อนขับขี่นำมาซึ่งความเสี่ยงสูงขึ้น เนื่องจากทั้งสองสารเมื่อใช้ร่วมกัน ส่งผลกระทบต่อสมรรถนะมากกว่าใช้สารใดเพียงสารเดียว

Come say hi.

Drop into the nearest branch. We're better in person.

See all five branches →