เมาแล้วขับ? กัญชาส่งผลต่อการขับขี่ยังไง
เมาเหล้าแล้วส่วนใหญ่ก็แค่อยากนอน ขับรถตอนเมาเหล้านี่ไม่ต้องพูดถึง อันตรายชัดเจน แล้วเมากัญชาแล้วขับล่ะ? กัญชาทำให้อารมณ์ดีก็จริง แต่ฤทธิ์จิตประสาทของมันไปกวนการรับรู้เวลาและการตัดสินใจ ซึ่งทั้งสองอย่างนี้คือหัวใจของการขับรถให้ปลอดภัย
มาดูกันชัด ๆ ว่าทำไมหลังใช้กัญชาไม่ว่ารูปแบบไหน ก็ไม่ควรจับพวงมาลัย
สรุปสั้น ๆ ก่อนเข้าเรื่อง
- กัญชาทำให้ตอบสนองช้าลง สมาธิหลุด ตัดสินใจเพี้ยน และกะระยะกับเวลายากขึ้น
- ผลิตภัณฑ์ THC กระทบการขับขี่ ส่วน CBD ล้วน ๆ ไม่กระทบ
- คนใช้นาน ๆ ที ขับรถพลาดง่ายกว่าคนใช้ประจำ
- ผู้ป่วยกัญชาทางการแพทย์ ช่วงแรกของการรักษาคือช่วงที่เสี่ยงสุด
- ไม่มีตัวเลขตายตัวว่าใช้แล้วต้องรอกี่ชั่วโมงถึงขับได้ ขึ้นอยู่กับสายพันธุ์ ปริมาณ ประสบการณ์ และวิธีใช้
- ผสมกับเหล้าเมื่อไหร่ ความเสี่ยงพุ่งทันที
กัญชาไปกวนการขับขี่ยังไง
ตัวยาทำให้ปฏิกิริยาตอบสนองช้าลง พอขับรถหลังใช้ ทักษะการเคลื่อนไหวก็เพี้ยน เบรกช้าลง หลบสิ่งกีดขวางช้าลง สมาธิก็ลดด้วย ป้ายจราจร คนข้ามถนน รถข้างหน้า มองไม่ทันหรือมองข้ามไปดื้อ ๆ
ที่หนักกว่านั้นคือมันไปบั่นทอนวิจารณญาณ ตัดสินใจเสี่ยง ๆ ขับเหวี่ยง ๆ หรือทำในสิ่งที่ผิดกฎหมายโดยไม่รู้ตัว แถมการกะระยะกับความเร็วของรถคันอื่นก็เพี้ยนไปหมด
มันกวนมากแค่ไหน
กระทบแน่นอน แต่หนักเบาขึ้นอยู่กับโดสและตัวคน
สภาสากลว่าด้วยแอลกอฮอล์ ยาเสพติด และความปลอดภัยในการจราจร (ICADTS) ทำงานวิจัยเรื่องนี้มาหลายชิ้น งานหนึ่งที่เนเธอร์แลนด์ปี 2000 ให้ผู้เข้าร่วมสูดไอกัญชาหลายสูตรที่มีอัตราส่วน เตตราไฮโดรแคนนาบินอล (THC) กับ แคนนาบิไดออล (CBD) ต่างกัน แล้วเข้าเครื่องจำลองการขับ ผลออกมาว่ากลุ่มที่ได้ THC ขับเพี้ยนชัดเจน ส่วนกลุ่ม CBD ล้วน ๆ ไม่กระทบเลย
อีกงานหนึ่งทดสอบบนถนนจริง เปรียบคนใช้นาน ๆ ทีกับคนใช้ประจำ พบว่าเฉพาะกลุ่มใช้นาน ๆ ทีที่ขับพลาด ส่วนคนใช้ประจำที่ได้ THC 10 หรือ 20 มก. ขับได้ปกติ แต่นี่ไม่ได้แปลว่า THC ปลอดภัยสำหรับขาประจำนะ มันแค่บอกว่าร่างกายชินกับฤทธิ์บางอย่าง ขับเสี่ยงอยู่ดี เพราะคนใช้บ่อยมักดันโดสขึ้นเรื่อย ๆ เพื่อให้รู้สึกถึงฤทธิ์ พอโดสสูงปุ๊บ ขับก็เพี้ยนปั๊บ
กัญชาทางการแพทย์กับการขับรถ
งานวิจัยจากออสเตรเลียปี 2021 บอกว่าผู้ป่วยที่ใช้กัญชาทางการแพทย์มักใช้ทุกวันต่อเนื่องยาว ร่างกายเลยสร้างความทนต่อ THC รวมถึงทนต่อผลที่กระทบการขับด้วย
งานเดียวกันยังพบว่าคนที่ใช้ทุกวันหรือเกือบทุกวัน ได้ dronabinol 10 หรือ 20 มก. (THC สังเคราะห์ที่ใช้เป็นยา) ขับได้ปกติ ส่วนคนที่ใช้แค่ไม่ถึงสัปดาห์ละครั้ง พอเจอโดส 20 มก. ขับเพี้ยนชัด
สรุปคือช่วงแรกของการรักษาด้วย THC คือช่วงเสี่ยงสุด ผู้ป่วยควรเลี่ยงการขับจนกว่าแผนการรักษาจะนิ่ง จะใช้ ยากัญชา หรือใช้เพื่อผ่อนคลายก็ตาม ทางที่ดีคือไม่ขับ จบ ไม่ต้องเสี่ยงทั้งตัวเองและคนอื่น
ใช้แล้วต้องรอกี่ชั่วโมงถึงขับได้
ตอบตรง ๆ เลยว่า ไม่มีตัวเลขตายตัว เพราะฤทธิ์ออกกับแต่ละคนไม่เหมือนกัน ขึ้นกับสรีระ ปริมาณ THC ประสบการณ์ สายพันธุ์ และวิธีใช้ ถ้ากินเข้าไป ฤทธิ์อยู่นานกว่าและสร่างช้ากว่าการสูบ เพราะร่างกายต้องค่อย ๆ ดูดซึมและเผาผลาญ
คนใช้บ่อยมักทนต่อ THC ได้มากกว่า เลยกลับมาขับได้ไวกว่าคนใช้นาน ๆ ที แต่ความทนนี้ใช้ไม่ได้ผลถ้าดันโดสให้สูงขึ้นเรื่อย ๆ เพื่อให้รู้สึก ซึ่งอาจจบที่อุบัติเหตุหนัก งานวิจัยล่าสุดกับคนใช้นาน ๆ ที พบว่าหลังสูดไอ THC 13.75 มก. ส่วนใหญ่ขับได้ปลอดภัยเมื่อผ่านไป 4 ถึง 5 ชั่วโมง ถ้ากิน THC 20 มก. ต้องรอ 8 ชั่วโมง
กัญชา vs เหล้า: เทียบกันบนถนน
เหล้ามาแนวลดการยับยั้งชั่งใจ เพิ่มความมั่นเกินจริง ขับเร็ว ขับโหด ส่วนกัญชาตรงข้าม กระทบทักษะสำคัญ คนเมากัญชามักขับช้าลงและเว้นระยะห่างมากขึ้น ส่วนที่เหมือนกันคือทั้งคู่ทำให้ส่ายเลนมากขึ้น
ผสมเหล้ากับกัญชาเข้าด้วยกัน แม้แค่นิดเดียว อันตรายทบเท่าทวี เพี้ยนหนักกว่าใช้แค่อย่างใดอย่างหนึ่ง
สรุป
ขับรถหลังใช้กัญชา ปฏิกิริยาตอบสนองช้าลง การตัดสินใจบนถนนก็พลอยรวน นำไปสู่ความเสี่ยงอื่น ทั้งขับเหวี่ยง มองข้ามป้าย คนข้ามถนน รถคันอื่น คนที่ใช้ THC เสี่ยงกว่าคนที่ใช้ CBD ล้วน คนใช้บ่อยทนได้มากกว่าคนใช้นาน ๆ ที แต่ก็ไม่ได้แปลว่าจะไม่กระทบเลย
ไม่มีตัวเลขชัด ๆ ว่าต้องรอกี่ชั่วโมง เพราะมันขึ้นกับโดส ประสบการณ์ สายพันธุ์ และวิธีใช้ ผสมกับเหล้าเมื่อไหร่ ความเสี่ยงพุ่งทันที ทางที่ปลอดภัยที่สุดคือ ใช้แล้วไม่ขับ