10 ประโยชน์ของ CBD ที่ควรทำความเข้าใจก่อนเลือกใช้
แคนนาบิดิออล หรือ CBD คือสารกลุ่มแคนนาบินอยด์ชนิดหนึ่งที่พบในต้นกัญชาสาย sativa วงการแพทย์และนักวิจัยให้ความสนใจ CBD อย่างต่อเนื่อง เพราะมีคุณสมบัติที่แตกต่างจาก THC อย่างมีนัยสำคัญ ผลิตภัณฑ์ที่มี CBD เป็นส่วนประกอบในปัจจุบันมีหลายรูปแบบ ทั้งน้ำมัน แคปซูล สเปรย์ โลชั่น รวมถึงการผสมในอาหาร เครื่องดื่ม และผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางบางประเภท
ก่อนพิจารณาใช้งาน เราขอชวนทำความเข้าใจคุณสมบัติทั้ง 10 ข้อต่อไปนี้
สรุปประเด็นสำคัญ
- CBD เป็นแคนนาบินอยด์ที่ไม่ก่อให้เกิดความมึนเมาเหมือน THC
- ผลิตภัณฑ์มีให้เลือกหลายรูปแบบ ตั้งแต่น้ำมัน แคปซูล โลชั่น และอื่น ๆ
- มีงานวิจัยจำนวนหนึ่งที่ศึกษาบทบาทของ CBD ในการดูแลสุขภาพหลายด้าน
- ประเด็นที่งานวิจัยให้ความสนใจ ได้แก่ การติดสารเสพติด อาการนอนไม่หลับ อาการปวดเรื้อรัง และประเด็นสุขภาพจิต เช่น ภาวะซึมเศร้า และความวิตกกังวล
10 คุณสมบัติของ CBD ที่งานวิจัยให้ความสนใจ
- บทบาทต่ออาการปวด
มีหลักฐานบางส่วนชี้ว่า CBD อาจมีบทบาทกับอาการปวดเรื้อรัง ตามข้อมูลของ National Centers for Complementary and Integrative Health (NCCIH) ประกอบกับงานวิจัยปี 2003 ที่รายงานว่าการได้รับ CBD มีความสัมพันธ์กับคะแนนความปวดที่ลดลงในผู้ป่วยที่ได้รับผลกระทบจากโรคปลอกประสาทเสื่อม การบาดเจ็บไขสันหลัง การตัดแขนขา และการบาดเจ็บของเส้นประสาทไหล่ ผู้ใช้บางส่วนยังรายงานประสบการณ์เกี่ยวกับอาการปวดที่เกิดจากเส้นประสาท ในกรณีหมอนรองกระดูกเคลื่อนหรืองูสวัด
- อาการชักและโรคลมชัก
มีงานวิจัยระบุว่า CBD อาจมีบทบาทกับการชักบางประเภท เช่น Lennox-Gastraut, Dravet syndrome และ tuberous sclerosis complex องค์การอนามัยโลก (WHO) ได้บันทึกข้อมูลด้านนี้ไว้ และยา Epidiolex ซึ่งเป็นยาน้ำสกัดจาก CBD ได้รับการอนุมัติจากองค์การอาหารและยาสหรัฐ (FDA) ในปี 2018 สำหรับการรักษาอาการชักบางประเภท
อย่างไรก็ตาม ผลลัพธ์จากการใช้ CBD เพื่อรักษาอาการชักขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล บางรายอาจควบคุมอาการได้เต็มที่ บางรายเห็นความถี่ของอาการลดลง บางรายอาจไม่เห็นความเปลี่ยนแปลง และ CBD ไม่ได้รักษาที่ต้นเหตุของโรคลมชัก
- มะเร็ง
CBD ไม่ใช่ การรักษามะเร็ง อย่างไรก็ตาม นักวิจัยได้รายงานว่า CBD มีศักยภาพที่ชะลอการเติบโต หรือทำลายเซลล์มะเร็งบางชนิดได้ในระดับห้องปฏิบัติการ การศึกษาในสัตว์ทดลองยังพบว่าแคนนาบินอยด์อาจชะลอการเติบโตและลดการแพร่กระจายของมะเร็งบางรูปแบบ
- บทบาทต่อผลข้างเคียงจากเคมีบำบัด
ผู้ป่วยที่อยู่ระหว่างการรักษาด้วยเคมีบำบัดอาจประสบอาการคลื่นไส้และอาเจียน งานวิจัยชี้ว่า CBD มีคุณสมบัติทางเภสัชวิทยาบางประการที่อยู่ในกระบวนการศึกษาเกี่ยวกับการบรรเทาผลข้างเคียงเหล่านี้
- ความวิตกกังวลและภาวะซึมเศร้า
งานวิจัยหลายชิ้น ที่ศึกษา CBD กับความวิตกกังวลให้ผลในทิศทางที่สอดคล้องกัน งานวิจัยปี 1993 พบว่าผู้รับ CBD รายงานความวิตกกังวลลดลงในสถานการณ์การพูดต่อสาธารณะ ส่วนงานวิจัยปี 2019 รายงานว่า CBD ให้ผลดีกว่ายาหลอกในกลุ่มวัยรุ่นที่มีความวิตกกังวลทางสังคม
แพทย์มักใช้ยากลุ่มเดียวกันในการดูแลทั้งภาวะซึมเศร้าและความวิตกกังวล ซึ่งสะท้อนว่ากระบวนการทางสมองที่เกี่ยวข้องน่าจะใกล้เคียงกัน CBD อาจมีปฏิสัมพันธ์กับตัวรับในสมองที่ส่งผลต่อระดับสารสื่อประสาทเซโรโทนิน อันเป็นสารที่เกี่ยวข้องกับอารมณ์
- การติดสารเสพติด
การใช้ยากลุ่มโอปิออยด์และเฮโรอีนเพื่อระงับความปวดเฉียบพลันมีความเสี่ยงต่อการติดสาร งานวิจัยหนึ่งรายงานว่าผู้เข้าร่วมที่ได้รับ CBD รายงานความอยากเฮโรอีนลดลง โดยมีผลต่อเนื่องประมาณหนึ่งสัปดาห์ การศึกษาในสัตว์ทดลองยังชี้ว่า CBD อาจช่วยลดความอยากต่อสารเสพติดอื่น ๆ เช่น แอลกอฮอล์ กัญชา และสารกระตุ้นประสาทบางชนิด
- โรคอัลไซเมอร์
โรคอัลไซเมอร์เป็นสาเหตุของภาวะสมองเสื่อมที่พบมากที่สุด งานวิจัยปี 2019 แสดงผลที่น่าสนใจว่า CBD อาจมีบทบาทยับยั้งปัจจัยบางอย่างที่นำไปสู่โรคอัลไซเมอร์ และอาจมีประสิทธิภาพมากขึ้นเมื่อใช้ร่วมกับ THC ขณะที่งานวิจัยปี 2021 รายงานว่าการให้ CBD ในขนาดสูงในผู้ป่วยอัลไซเมอร์ระยะท้าย ส่งผลต่อระดับโปรตีนที่เกี่ยวข้องกับการกำจัดคราบโปรตีนในสมอง
- การนอนหลับ
อาการนอนหลับยากหรือหลับไม่สนิท มักเชื่อมโยงกับการตอบสนองต่อความเครียดที่มากเกินไป งานวิจัยชี้ว่า CBD อาจมีปฏิสัมพันธ์กับสมองส่วนไฮโพทาลามัสซึ่งเกี่ยวข้องกับวงจรการนอนและการควบคุมฮอร์โมนความเครียด
- ระบบหัวใจและหลอดเลือด
นักวิจัยรายงานว่า CBD อาจมีบทบาทกับผู้ที่มีความดันโลหิตสูง ซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงของหลายภาวะ ทั้งโรคหลอดเลือดสมอง หัวใจวาย และกลุ่มอาการเมตาบอลิก โดยกลไกที่อยู่ระหว่างการศึกษาคือการขยายหลอดเลือด
- เบาหวาน
การทดสอบในเซลล์มนุษย์ระบุว่า CBD อาจส่งผลต่อภาวะน้ำตาลในเลือดสูง ซึ่งเชื่อมโยงกับโรคเบาหวาน และภาวะแทรกซ้อนอื่น นักวิจัยจึงเสนอแนวทางการศึกษาต่อในประเด็นภาวะแทรกซ้อนของเบาหวานและการเกาะตัวของคราบไขมันในผนังหลอดเลือด งานวิจัยขนาดเล็กอีกชิ้นพบว่า CBD อาจสัมพันธ์กับการควบคุมระดับฮอร์โมนที่เกี่ยวข้องกับอินซูลิน
บทสรุป
CBD หรือแคนนาบิดิออล เป็นแคนนาบินอยด์ที่งานวิจัยให้ความสนใจในแง่ของบทบาทต่อสุขภาพหลายด้าน เหมาะสำหรับผู้ที่มองหาทางเลือกในกลุ่มกัญชาทางการแพทย์โดยไม่ต้องการความรู้สึกมึนเมา ประเด็นที่นักวิจัยศึกษา ได้แก่ บทบาทต่ออาการปวด ความถี่ของอาการชัก และผลข้างเคียงจากเคมีบำบัด ทั้งนี้ผู้สนใจควรปรึกษาบุคลากรทางการแพทย์ก่อนเริ่มใช้งาน