Sativa และ Indica เริ่มล้าสมัย เรื่องจริงของกัญชาอยู่ที่ Terpene Profile
สรุปสั้นก่อนอ่าน
- การจัดประเภทกัญชาเปลี่ยนไปแล้ว: การแบ่งระหว่าง sativa กับ indica แบบเดิมเริ่มไม่ตอบโจทย์ เนื่องจากการผสมข้ามสายพันธุ์เกิดขึ้นจำนวนมาก ทำให้ terpene profile และอัตราส่วน THC ต่อ CBD กลายเป็นตัวชี้วัดที่แม่นยำกว่า
- Terpene สำคัญอย่างไร: terpene คือสารหอมตามธรรมชาติที่พบในพืช เป็นตัวกำหนดกลิ่น รสชาติ และคุณสมบัติที่ผู้ใช้รายงานของกัญชา ผู้ที่เลือกใช้กัญชาน่าจะลองทำความรู้จัก terpene profile ของสายพันธุ์ที่ตนใช้
- การจัดประเภทแบบใหม่: วงการเริ่มจัดสายพันธุ์ตาม chemotype ซึ่งดูจากอัตราส่วน THC ต่อ CBD แต่วิธีนี้ยังไม่ครบ เนื่องจากข้ามเรื่อง terpene ไป จึงควรพิจารณาทั้งสองด้านควบคู่กัน
- ลองพิจารณาว่าสิ่งใดเหมาะกับท่าน: รสนิยมส่วนตัวและระบบ endocannabinoid ของแต่ละท่านต่างกัน ลองสำรวจ terpene profile หลายแบบเพื่อหาที่เข้ากับท่าน
- มองให้กว้างกว่ากัญชา: ความรู้เรื่อง terpene ใช้ได้กับการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม มิใช่เพียงกัญชาเท่านั้น ช่วยให้ท่านเข้าใจธรรมชาติรอบตัวมากขึ้น
บทนำ
ต้นกัญชาผ่านเรื่องราวที่น่าสนใจของการเติบโตและพัฒนาการมายาวนานหลายพันปี ทั้งจากธรรมชาติเองและจากการที่มนุษย์เข้าไปจัดการ สายพันธุ์ดั้งเดิมที่ภาษาวิชาการเรียกว่า cultivar คือสิ่งที่เราเรียกกันว่า landrace ในปัจจุบัน สายพันธุ์เหล่านี้ค่อนข้างเป็นไปตามความเข้าใจเดิมที่ว่า sativa ให้ความรู้สึกตื่นตัว ส่วน indica ผ่อนคลายกว่า แต่ตอนนี้ landrace แท้เหลือเป็นส่วนน้อยของผลผลิตกัญชาทั่วโลก
การผสมข้ามสายพันธุ์ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาทำให้คุณสมบัติของพืชปะปนกัน การแบ่งเป็นสองขั้วแบบเดิมจึงเริ่มใช้ไม่ได้ผลเท่าเดิม เพราะแทบทุกสายในตลาดปัจจุบันคือไฮบริด ผลของแต่ละสายขึ้นอยู่กับ terpene profile และอัตราส่วน THC ต่อ CBD มากกว่าจะดูที่ biotype ดังนั้น biotype ในปัจจุบันจึงบอกเรื่องรูปร่างหน้าตาและวิธีปลูกของต้นเป็นหลัก
บทความนี้ขอพาท่านไปดูเรื่องราวของกัญชาตั้งแต่ยุคโบราณจนถึงปัจจุบัน สำรวจการเปลี่ยนแปลงทางพันธุกรรมที่เกิดขึ้น และพิจารณาว่าท่านจะนำความรู้นี้ไปปรับการเลือกใช้ของตนเองให้ดีขึ้นได้อย่างไร
ประวัติการใช้ของมนุษย์
อย่างที่หลายท่านทราบ มนุษย์ใช้กัญชามาเป็นเวลาหลายพันปีด้วยเหตุผลที่หลากหลาย พันธุ์แถบยุโรปที่เรียกว่า hemp ถูกนำมาทำเส้นใยสำหรับสิ่งทอ งานก่อสร้าง ฉนวน ไบโอพลาสติก และอีกมาก มีบทความที่ระบุว่าน่าจะมีการใช้เส้นใย hemp มาอย่างน้อย 10,000 ปีแล้ว ทั้งในจีน เอเชียตะวันตก และยุโรป เมล็ดและน้ำมัน hemp อาจถูกใช้เพื่อความงามและการทำอาหาร แต่หลักฐานเก่าแก่ที่สุดของการใช้กัญชาทางการแพทย์ย้อนไปถึง 4,800 ปีก่อนในจีน สมัยที่จักรพรรดิ Shen Nung วางรากฐานการแพทย์แผนจีนอย่างเป็นทางการ
มนุษย์ทั่วโลกใช้กัญชาต่อเนื่องกันมา โดยไม่ค่อยมีสิ่งใดมาขัดจังหวะ ในฐานะของพืชที่ใช้ตามประเพณีและทางการแพทย์ จนกระทั่งศตวรรษที่ 20 สงครามต่อต้านยาเสพติดของอเมริกาทำให้องค์ความรู้ด้านสุขภาพเรื่องนี้หยุดชะงักไปนาน อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบันความรู้และสินค้าในวงการก็กลับมาเติบโต ทันยุค และมีคุณภาพ
ที่มาของ Biotype
มีข้อสันนิษฐานว่า biotype sativa, indica และ ruderalis ที่คนรู้จักน้อยกว่า น่าจะวิวัฒนาการมาในช่วงปลายของยุคน้ำแข็งครั้งสุดท้าย ซึ่งสิ้นสุดราว 12,000 ปีก่อน ส่วนมนุษย์เริ่มนำคุณสมบัติพิเศษเหล่านี้มาใช้ตั้งแต่เมื่อใด ยังเป็นเรื่องที่นักวิชาการถกเถียงกันอยู่
biotype sativa มาจากเขตอบอุ่นของเอเชียตะวันออก วิวัฒนาการจนสูง ผอม ออกดอกช้า และให้ผลผลิตน้อยกว่า indica คุณสมบัติแบบนี้ทำให้ sativa เติบโตได้ดีในที่ร้อน จึงแพร่ไปทั่วเขตร้อนและเขตทุ่งหญ้าทั่วโลก
indica เชื่อกันว่ามีต้นกำเนิดทางตอนเหนือของอินเดียและปากีสถาน บริเวณเชิงเขาฮินดูกูช indica เข้ากับอากาศเย็นได้ดี เพราะออกดอกตามฤดูและช่วงออกดอกสั้น ลักษณะแบบนี้ทำให้ indica เตี้ยลง อ้วนขึ้น ผลผลิตเยอะกว่า และ THC สูงกว่าเมื่อเทียบกับ sativa
biotype ที่สามที่คนพูดถึงน้อยกว่าคือ cannabis ruderalis เชื่อกันว่าวิวัฒนาการในเอเชียเหนือภายใต้สภาพแวดล้อมที่หนักหน่วงเป็นพิเศษ ต้น ruderalis จึงมักเตี้ย และผลิต THC ได้น้อยกว่าญาติที่ดังกว่ามาก แต่มี CBD อยู่บ้าง ruderalis ค่อนข้างคล้ายต้นฮอปและ hemp ที่ยุโรปใช้ทำเบียร์และสิ่งทอ
Landrace และ Hybrid Cultivar
อ้างอิง: Thai Budtender Academy
landrace คือพืชที่มนุษย์เพาะปลูกโดยที่พันธุกรรมยังไม่ถูกผสมข้ามสายพันธุ์ พันธุกรรมแบบนี้หายาก ปัจจุบันเหลือเพียงราว 5% ของกัญชาที่ปลูกกันทั่วโลก
อีก 95% ที่เหลือคือไฮบริด อาจเอียงไปทาง indica หรือ sativa ก็ได้ แต่นั่นไม่ได้บอกผลที่ผู้ใช้จะรู้สึกอย่างตรงไปตรงมา ตัวอย่างเช่น สายพันธุ์หนึ่งอาจมีพันธุกรรม indica เป็นส่วนใหญ่ ทำให้ต้นพุ่ม เตี้ย ผลผลิตเยอะ และ THC สูง แต่ก็มีพันธุกรรม sativa บางส่วนที่รับผิดชอบ terpene ซึ่งอาจทำให้ผู้ใช้รู้สึกตื่นตัว ต้นนี้จึงอาจให้ความรู้สึกสดชื่นแม้เป็น indica dominant การผสมข้ามสายพันธุ์ที่ต่อเนื่องทำให้เกิดความเป็นไปได้แทบไม่จำกัด การศึกษาให้ทันคือสิ่งสำคัญสำหรับการเลือกใช้ที่ดีและปลอดภัย
landrace มักได้ชื่อตามที่มา เช่น Hindu Kush และ Afghani ที่เป็น indica landrace แบบเข้ม ดอกที่ขึ้นในพื้นที่เหล่านี้มีรสชาติเข้มและกลิ่นดิน ผลิตยางเยอะ จนเป็นที่มาของ hashish สายพันธุ์เหล่านี้คือต้นกำเนิดของภาพ indica ที่เรารู้จัก ที่เหลือในตระกูล Kush และ Afghani ส่วนใหญ่ในปัจจุบันคือไฮบริด แต่ยังให้กลิ่นดินผสมเครื่องเทศคล้ายเดิม
sativa landrace อย่าง Thai Stick ก็ได้ชื่อตามแหล่งที่มาเช่นกัน คือประเทศไทย ความทนร้อนของ sativa ทำให้เติบโตได้ในเขตร้อนชื้น และฝังตัวเข้าไปในประเพณีและพิธีกรรมทางศาสนาในแถบนี้ sativa landrace มักให้คาแรกเตอร์ที่หัวโล่งกว่า indica และมีโทนรสชาติออกไปทางผลไม้สดและมะม่วง
Acapulco Gold เป็น sativa landrace จากชายฝั่งแปซิฟิกของ Acapulco ในเม็กซิโก ดังขึ้นมาในยุค 1960 ด้วยคาแรกเตอร์ที่ยกระดับและสดชื่น น่าสังเกตว่า landrace จะให้คุณภาพและรสชาติไม่เท่าเดิมเมื่อปลูกนอกบ้านเกิด Acapulco Gold คือต้นพ่อต้นแม่ของไฮบริด Skunk No1 ซึ่งถือเป็นรากฐานสำคัญของการผสมพันธุ์กัญชาสมัยใหม่
Terpene
Terpene คือสารหอมตามธรรมชาติที่พืชจำนวนมากและสัตว์บางชนิดผลิตขึ้น เป็นตัวให้สี กลิ่น และคุณสมบัติที่ผู้ใช้รายงานของพืช
terpene มีหลากหลายมาก พบได้ในพืชทั่วโลก เช่น พริกไทยและกานพลูมีรสเผ็ดเพราะ caryophyllene สนและโรสแมรี่มี pinene ทำให้มีกลิ่นน้ำมันไม้แบบเฉพาะตัว มะนาว lime และผลไม้ตระกูลส้มมี limonene ซึ่งเป็นที่มาของกลิ่นมะนาวคั้นสด
พืชแต่ละชนิดก็มีคุณสมบัติด้านความเป็นอยู่ที่ดีในแบบของตัวเองจาก terpene ที่บรรจุอยู่ มะนาวอาจช่วยให้บางท่านรู้สึกสดชื่น ชาโรสแมรี่อาจช่วยเรื่องสมาธิ และพริกไทยดำมักถูกพูดถึงว่าอาจสนับสนุนระบบภูมิคุ้มกัน สารที่อาจมีประโยชน์เหล่านี้ตอนนี้ก็แฝงอยู่ในกัญชาที่มนุษย์พัฒนาทางพันธุกรรมมาแล้วเช่นกัน
terpene ถูกผสมข้าม biotype จนคำว่า indica กับ sativa เริ่มล้าสมัย แต่นั่นเปิดทางให้เกิดความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งกว่าระหว่างเรากับต้นกัญชา ยิ่งรู้จัก terpene ของกัญชาและบทบาทที่อาจมีต่อสุขภาพมากเท่าใด ท่านก็ยิ่งนำความรู้นั้นไปปรับใช้ในอาหารหรือไลฟ์สไตล์อื่นเพื่อการดูแลสุขภาพแบบองค์รวมได้มากเท่านั้น
การจัดประเภท Chemotype สมัยใหม่
ในปัจจุบัน เมื่อผู้ใช้เริ่มจริงจังกับการเลือกใช้กัญชามากขึ้น วงการเริ่มจัดประเภทสายพันธุ์ตาม chemotype ซึ่งหมายถึงอัตราส่วนระหว่าง THC กับ CBD ในดอก เพียงเท่านี้ก็พอบอกข้อมูลพื้นฐานเกี่ยวกับสินค้าได้แล้ว โดยที่ยังไม่ต้องดู terpene
chemotype I คือมี THC สูงกว่า CBD ส่วนใหญ่ทำให้รู้สึก “เมา” จึงควรตรวจสอบ terpene เพื่อรู้ว่ารูปแบบของคาแรกเตอร์นี้เป็นอย่างไร กัญชาในตลาดส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่มนี้
chemotype II คือ THC กับ CBD ใกล้เคียงกัน ความน่าจะเป็นที่จะรู้สึกถึงผลที่ผู้ใช้รายงานจาก CBD จึงมีอยู่ในประสบการณ์นี้ และมีโอกาสที่ความผ่อนคลายจะเสริมกับ terpene
chemotype III คือ CBD มากกว่า THC สายแบบนี้น่าจะเหมาะกับท่านที่เพิ่งสนใจ หรือท่านที่กังวลกับคาแรกเตอร์ของ THC ส่วน terpene profile ของ type III ก็สำคัญที่ควรตรวจสอบ เพราะในปริมาณน้อย อาจให้ผลที่เด่นชัดกว่า THC
คำกล่าวปิด
หลายพันปีที่ผ่านมา การจัดกัญชาเป็นสองหมวด sativa กับ indica ไม่ได้สร้างปัญหามากมาย แต่ในปัจจุบันที่เราเปลี่ยนต้นกัญชาจาก landrace เป็นไฮบริดเต็มไปหมด ก็น่าจะถึงเวลาทบทวนวิธีพูดถึงพืชชนิดนี้กันใหม่
การทำความเข้าใจ terpene อาจเป็นเรื่องที่มีประโยชน์มากสำหรับการดูแลสุขภาพของท่าน ช่วยให้ท่านเข้าใจธรรมชาติมากขึ้น และเห็นว่ากัญชาที่ท่านเลือกใช้อาจเชื่อมโยงกับเส้นทางสุขภาพแบบองค์รวมของท่านได้อย่างไร
นักวิทยาศาสตร์ด้านกัญชาและร้านบางแห่งปัจจุบันใช้ chemotype หรือสมดุลระหว่าง THC กับ CBD เป็นพื้นฐานในการวัดความแรง ซึ่งเป็นจุดยืนที่มั่นคง แต่ยังไม่ครอบคลุมเรื่อง terpene
ระบบ endocannabinoid และรสนิยมของแต่ละท่านไม่เหมือนกัน ดังนั้น terpene ตัวใดที่ทำให้ท่านรู้สึกดีที่สุด ก็น่าจะเป็นข้อมูลที่ตรงและน่าเชื่อถือที่สุดสำหรับท่าน ขอเรียนเชิญลองสัมผัสกับทีมงานหน้าร้านของ Siam Green ครับ