ถอดรหัส THC: คู่มือฉบับเข้าใจง่ายเกี่ยวกับ Tetrahydrocannabinol
เกริ่นก่อน
Tetrahydrocannabinol หรือเรียกสั้นๆ ว่า THC คือตัวพระเอกที่ทำให้คน “เมา” จัดเป็นสารออกฤทธิ์ต่อจิตประสาท พูดง่ายๆ คือมันไปทำงานกับสมอง คล้ายๆ แอลกอฮอล์ คาเฟอีน บุหรี่ แต่ต่างจาก CBD นะ การเปลี่ยนสภาวะจิตสำนึกแบบนี้ ทุกวัฒนธรรมก็ทำกันมาตลอด ไม่ใช่แค่ คน ด้วยซ้ำ สัตว์ก็เอาบ้าง ถ้าใช้ THC เป็น มันมีอะไรดีๆ ให้เยอะอยู่
ประวัติการใช้กัญชายาวนานพอๆ กับวิชาแพทย์เลย มี หลักฐาน ว่าจีนใช้กัญชาทางการแพทย์มาอย่างน้อย 2,500 ปีแล้ว ต่อให้ศตวรรษที่ 20 กับ 21 จะแบนกันยังไง คนเป็นล้านๆ ก็ยังเสพ THC กันไม่หยุด นักวิทยาศาสตร์เองก็ยังลุยวิจัยกันต่อทั้งๆ ที่กฎหมายปิดประตูใส่
นอกจากให้ความเคลิ้มและผ่อนคลายแล้ว THC อาจช่วยเรื่องสุขภาพกายและใจได้อีกหลายอย่าง แต่เพราะเป็นสารที่ฤทธิ์ค่อนข้างแรง ต้องใช้แบบรู้เรื่อง ระวังตัวเอง และมีความรู้ติดตัวไว้เสมอ ทางที่ปลอดภัยที่สุดคือเข้าใจวิทยาศาสตร์และที่มาที่ไปของมันก่อน
บทความนี้จะเริ่มจากเรื่องว่า THC เข้าสู่ร่างกายยังไง แล้วค่อยขยับไปดูที่มาที่ไปของโมเลกุลตัวนี้กับระบบเอนโดแคนนาบินอยด์ จากนั้นเจาะลึกฤทธิ์ การใช้งาน ผลกระทบทั้งทางจิตใจ ร่างกาย และสังคม ก่อนปิดท้ายด้วยข้อควรระวังกับผลข้างเคียง
Entourage Effect และวิธีเสพ THC
ค่าเปอร์เซ็นต์ THC อย่างเดียวไม่ได้บอกอะไรทั้งหมดว่าสายพันธุ์นั้นจะให้ฟีลแบบไหน Entourage effect คือชื่อที่นักวิจัยให้กับการทำงานร่วมกันของแคนนาบินอยด์และ เทอร์ปีน เพราะมันเป็น “ตัวเสริมที่ช่วยขยายผลของไฟโตแคนนาบินอยด์ในมนุษย์” สรุปคือ THC เปอร์เซ็นต์น้อยกว่าแต่เจอเทอร์ปีนเข้าทาง ฤทธิ์อาจแรงกว่าอีก
ดอกสดๆ ที่ยังไม่ผ่านความร้อน จริงๆ แล้วมีสารชื่อ THCA หรือ tetrahydrocannabinolic acid พอเผาหรือโดนความร้อน มันจะแปลงเป็น Delta-9 Tetrahydrocannabinol ตัวนี้แหละที่คนสูบแล้วรู้สึก
ส่วนของกินที่ใส่กัญชา ขั้นตอนผลิตจะ “ดีคาร์บอกซิเลต” THCA ให้กลายเป็น Delta-9 THC ด้วยความร้อนก่อนสกัดออกจากเนื้อพืช พอกินเข้าไป กัญชาจะวิ่งลงท้องไปตับ ตับจะแปลง Delta-9 THC เป็น 11-Hydroxy THC ตัวใหม่นี่อยู่นาน ฟีลต่าง และมักจะแรงกว่าเวอร์ชันสูบด้วย
การค้นพบ THC และระบบเอนโดแคนนาบินอยด์
ช่วงปลายศตวรรษที่ 19 ถึงต้นศตวรรษที่ 20 ร้านขายยาทั่วโลกใช้กัญชาบรรเทาปวดและรักษาโรคหลายอย่าง แต่ตัวสารหลักอย่าง THC เพิ่งโดนแยกออกมาเมื่อปี 1964 ตอนที่นักเคมีอิสราเอลชื่อ Raphael Mechoulam ทดลองกับกัญชาที่ตำรวจยึดมา ตอนแรกยังไม่มีใครรู้ว่า THC ออกฤทธิ์ยังไง จนปี 1988 ทีมของ Mechoulam ถึงพัฒนาเทคนิคที่นำไปสู่การค้นพบระบบเอนโดแคนนาบินอยด์
ระบบเอนโดแคนนาบินอยด์ หรือ ECS คือหนึ่งในระบบที่มีอิทธิพลที่สุดในร่างกาย มีมาในธรรมชาตินานเป็นล้านปี เจอในสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมทุกชนิดเลย คำว่า “Endo” มาจากภาษากรีกแปลว่า “ภายใน” คือระบบที่ทำงานอยู่ในตัวเรานี่แหละ
ECS ดูแลการทำงานประจำวันของกายและใจหลายอย่าง อารมณ์ ความง่วง ความหิว เมตาบอลิซึม ระดับพลังงาน นักวิทยาศาสตร์ แบ่ง ECS เป็นสองส่วนเรียก CB1 กับ CB2 พูดง่ายๆ คือดูแลระบบประสาทส่วนกลางกับส่วนปลายตามลำดับ งานวิจัยชี้ว่า ECS วิวัฒนาการมาเพื่อจัดการ ความเครียด เรื้อรังจากสิ่งเร้าภายนอก และพยายามรักษาสภาวะ “โฮมีโอสตาซิส” คือให้ทุกอย่างในร่างกายทำงานสมดุลกัน
เอนโดแคนนาบินอยด์เกิดขึ้นเองในร่างกายเรา ตัวที่ดังที่สุดคือ Anandamide ฉายาว่า “โมเลกุลแห่งความสุข” มาจากคำสันสกฤต “ananda” แปลว่าสุข ตัวนี้แหละที่ทำให้รู้สึกฟินตอนวิ่งจนติดลม กินช็อกโกแลต หรือทำอะไรก็ตามที่ “สาแก่ใจ” ที่ทำได้ก็เพราะ ECS อยู่ในทุกเซลล์ของร่างกาย คอยสื่อสารและจัดสรรทรัพยากรระหว่างเซลล์
THC กับ CBD เรียกว่าไฟโตแคนนาบินอยด์ “phyto” ในภาษากรีกแปลว่า “พืช” ไฟโตแคนนาบินอยด์มีหลายตัว แต่ละตัวก็ทำงานกับ ECS ในแบบของตัวเอง CBD จะไปยับยั้งการสลายของ anandamide (อ่านเพิ่ม) แต่ THC เนียนกว่า มันเลียนรูปร่างและการทำงานของเอนโดแคนนาบินอยด์เลย เลยเป็นเหตุผลที่ THC มักทำให้รู้สึกเคลิ้มและอาจช่วยเรื่องปวดและอักเสบได้ แต่ถ้าจัด THC หนักเกินไปหรือเสพในที่ที่ไม่ใช่ ECS อาจรวนได้และทำให้รู้สึกวิตกหรือสับสน
ฤทธิ์ทางการแพทย์ของ THC
ผลิตภัณฑ์ที่มี THC อาจช่วยบรรเทาอาการของโรคหรือภาวะเหล่านี้ได้
- โรคข้ออักเสบ
- โรคสะเก็ดเงิน
- โรคโครห์น
- โรคปลอกประสาทเสื่อมแข็ง
- PTSD
มีรายงานการใช้กัญชาทางการแพทย์ที่จริงจังขึ้นไปอีก เช่น อาจช่วยลดอาการสั่นและความวิตกในผู้ป่วยพาร์กินสัน บางแหล่งข้อมูลก็ระบุว่ากัญชาอาจช่วยลดการอักเสบในสมองที่มีรายงานเชื่อมโยงกับอัลไซเมอร์ ผู้ป่วยมะเร็งหลายคนก็รายงานว่าใช้ THC ช่วยฟื้นตัวจากเคมีบำบัด อาจช่วยรักษาความอยากอาหารและจัดการความปวดเรื้อรัง
โรคที่เกี่ยวกับระบบประสาทก็อาจเข้าข่ายใช้กัญชาช่วยบรรเทาได้ ผู้ใช้บางคนรายงานว่าข้ออักเสบ สะเก็ดเงิน ปวดเรื้อรัง PTSD รวมถึงความเครียดและการกระตุ้นเกินที่มักเจอในออทิซึมและ ADHD เป็นกลุ่มที่ THC อาจช่วยได้ ส่วนใหญ่จะใช้แบบ “full spectrum” คือมีทั้ง CBD และ THC ผู้ใช้บางคนรายงานว่าได้ผลดีสุดเพราะ entourage effect
กีฬาปะทะหนักๆ ก็อาจปลอดภัยขึ้นถ้าใช้กัญชา งานวิจัย ใหม่ชี้ว่านักกีฬาอเมริกันฟุตบอลอาจมีโอกาสกระทบกระเทือนสมองน้อยลง และอาจลดการบาดเจ็บสมองระยะยาวได้ ถ้าใช้กัญชาก่อนซ้อมหรือก่อนแข่ง THC และแคนนาบินอยด์ตัวอื่นกำลังถูกศึกษาในฐานะตัวปกป้องระบบประสาทสำหรับเซลล์ที่อาจช้ำจากแรงปะทะหนักๆ ที่กะโหลกและสมอง รายงานจากผู้ใช้และงานวิจัยบางชิ้นยังบอกว่าคนที่ออกกำลังกายอาจได้ประโยชน์จากกัญชาเพราะฤทธิ์ต้านอักเสบและบรรเทาปวดอาจช่วยเรื่องฟื้นตัว
ผลทาง personal และสังคมของ THC
ฤทธิ์ของ THC เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันคนเป็นล้านๆ ทั่วโลก ด้วยเหตุผลร้อยแปด บางอย่างก็ดีต่อสุขภาพมากกว่าอย่างอื่น กัญชายังถูกใช้ในเรื่องจิตวิญญาณในหลายที่ ทั้งกรอบความเชื่อแบบเก่าและสายเวลเนสยุคใหม่ ตั้งแต่วันแห่งชาติสูบฮัชในเนปาลเพื่อบูชาพระศิวะ จนถึงคลินิกเวลเนสยุคใหม่ที่ เกาะสมุย ต้นไม้ต้นนี้ไม่เคยหลุดจากสถานะศักดิ์สิทธิ์ที่คนเคารพเลยจริงๆ
การใช้ในยุคนี้ส่วนใหญ่ไม่ลึกขนาดนั้น คนส่วนใหญ่เสพในงานปาร์ตี้ หรือเวลามารวมตัวกัน อาจเรียกว่าเป็นจิตวิญญาณบ้างในบางโอกาส แต่การเชื่อมโยงทางสังคมตอนนี้ถือเป็นเรื่อง สำคัญ ต่อชีวิตที่สุขภาพดี เพราะงั้นใช้กัญชาเข้าสังคมก็ถือว่ามีข้อดีอยู่ ตราบใดที่ไม่เลยเส้น เดี๋ยวจะพูดถึงทีหลัง
ในอีกขั้ว มีคนที่สูบคนเดียวหรือสูบกับคู่เป็นหลัก จะอยู่ตรงไหนของสเปกตรัมก็ขึ้นกับนิสัยส่วนตัว ความทนทาน THC หรือปัจจัยอื่นๆ
ข้อโต้แย้งที่ว่าผู้ใหญ่ควรมีสิทธิเลือกใช้กัญชาดูแลตัวเองในบางอาการ ได้แรงหนุนจากความเข้าใจที่เพิ่มขึ้นเรื่องความหลากหลายทางระบบประสาทและ PTSD หลายคนเสพเพื่อผ่อนคลายจากการกระตุ้นทั้งวัน ผู้ใช้บางคนรายงานว่าช่วยลดการกระตุ้นเกินและความเครียดที่อาจกระทบหนักกว่าปกติในคนที่มี ADHD ออทิซึม และ PTSD งานวิจัย ชี้ว่ากัญชาอาจช่วยชดเชยการขาดโดปามีนและช่วยควบคุมอารมณ์ในเคสแบบนี้ ผู้ใช้บางคนรายงานว่าช่วยลดความถี่ของอาการโกรธ ความรู้สึกท่วมท้น และอาการแพนิคได้ ซึ่งอาจส่งผลดีต่อความเป็นอยู่โดยรวม
ผลข้างเคียง
ช่วงกลางถึงปลายศตวรรษที่ 20 ต่อต้นศตวรรษที่ 21 THC กับกัญชาโดนแปะป้ายว่ามีผลข้างเคียงร้ายแรงถึงเสียสติได้ ซึ่งสวนทางกับวิทยาศาสตร์ในเคสส่วนใหญ่ ตอนนี้คนเข้าใจมากขึ้นว่ามันอาจมีประโยชน์สำหรับบางคน ในขณะที่ยังตระหนักว่าระบบของบางคนก็อาจไม่เข้ากับ THC เลย
อะไรที่เกินไปก็เป็นโทษได้หมด โดยเฉพาะของแรงอย่าง THC หลายคนใช้กัญชาเกินขนาดเพื่อหนีจากบาดแผลในใจ คล้ายๆ คนใช้แอลกอฮอล์ กลไกหลบหนีแบบนี้อาจทำให้เก็บตัวและเข้าสังคมลำบาก ในบางกรณีอาจทำให้อาการ ซึมเศร้า แย่ลง แต่ งานวิจัย ชิ้นนี้บอกว่ายังไม่มีหลักฐานว่ากัญชาก่อให้เกิดซึมเศร้า และหลายเคสพบว่าคนใช้ประจำมี “อาการทางกาย” น้อยกว่าและอารมณ์ดีกว่าคนไม่ใช้ ส่วนแอลกอฮอล์ไม่ได้แบบนั้น งานวิจัย นี้บอกว่าแอลกอฮอล์ปริมาณเท่าไหร่ก็มีแนวโน้มเพิ่มภาวะซึมเศร้า
แต่ละคนต่างกันชัดเจน เพราะงั้นการใช้กัญชาที่ถูกกฎหมายแบบมีความรู้สำหรับผู้ใหญ่ น่าจะเป็นทางที่ดีที่สุดสำหรับสุขภาพประชาชน ความรู้นี่จำเป็นต่อความปลอดภัย โดยเฉพาะวัยรุ่น เสพ THC ตั้งแต่อายุน้อยอาจขัดขวางพัฒนาการสมอง และคนที่มีแนวโน้มเป็นโรคจิตเวชขั้นรุนแรงอาจเสี่ยงให้อาการโผล่ขึ้นมาถ้าใช้กัญชาเกินขนาด
หลายคนรายงานว่าใช้กัญชาช่วยให้นอนหลับ เพราะสายพันธุ์ที่ใช่อาจให้ฟีลเหมือนยานอนหลับ แต่ตามที่ บทความ นี้พูดถึง มันไม่ใช่วิทยาศาสตร์ที่เป๊ะร้อยเปอร์เซ็นต์ ตอนแรกๆ กัญชาอาจช่วยให้บางคนหลับเร็วขึ้นและนานขึ้น แต่ก็มีการเชื่อมโยงกับการนอน REM ที่ลดลง ซึ่ง REM ถือเป็นช่วงนอนที่พักผ่อนได้จริง พอสร้างความทนทานแล้ว ฤทธิ์สงบประสาทก็จะลด ต้องเสพเพิ่ม นี่ก็เป็นทางลื่น เพราะอาการถอนอาจทำให้ นอนไม่หลับ หนักกว่าเดิม อีกเช่นกัน เรื่องแบบนี้แต่ละคนต่างกัน ต้องใช้วิจารณญาณตัวเอง
สรุป
THC เป็นโมเลกุลออกฤทธิ์ต่อจิตประสาทที่เจอได้ทั่วไป เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันคนเป็นล้าน เหมือนคาเฟอีน แอลกอฮอล์ หรือนิโคติน ที่ต่างคือสามตัวข้างต้นไม่มีตัวไหนได้รับการยอมรับว่ามีรายงานประโยชน์ต่อสุขภาพมากเท่า THC และแคนนาบินอยด์ตัวอื่นๆ
ทั้งในยุคนี้และในอดีต THC มีรายงานเชื่อมโยงกับการช่วยบรรเทาอาการของโรคร้ายบางอย่าง และอาจช่วยจัดการภาวะที่กระทบชีวิตได้กว้าง ก็ไม่แปลกที่คนปฏิเสธการแบน ตอนนี้หลายประเทศเริ่มเห็นแล้วว่าการแบนมันอันตราย ความปลอดภัยสาธารณะและองค์ความรู้กำลังโตขึ้น
สำหรับคนใช้ การรู้จักความชอบของตัวเองและความสัมพันธ์กับกัญชา จะช่วยให้ดูแลความต้องการของตัวเองได้อย่างมั่นใจ พร้อมรับฟังจากผู้เชี่ยวชาญด้วย อุตสาหกรรมที่นำโดยโมเลกุลพิเศษตัวนี้มีศักยภาพที่จะนำสิ่งดีๆ มาให้คนทั่วโลก ถ้าทุกฝ่ายเคารพกันทั้งต้นไม้ ผู้บริโภค ธุรกิจ และรัฐ
แหล่งที่มา: