ถอดรหัส THC: คู่มือฉบับครอบคลุมเกี่ยวกับ Tetrahydrocannabinol

โดย Siam Green · · อัปเดตล่าสุด 13 พฤษภาคม 2569
ถอดรหัส THC คู่มือฉบับครอบคลุมเกี่ยวกับ Tetrahydrocannabinol โดย Siam Green Cannabis Co

บทนำ

Tetrahydrocannabinol หรือ THC คือสารสำคัญในกัญชาที่ส่งผลต่อสภาวะการรับรู้ของผู้บริโภค จัดเป็นสารออกฤทธิ์ต่อจิตประสาท หมายความว่ามีผลต่อจิตใจ คล้ายกับแอลกอฮอล์ คาเฟอีน นิโคติน แต่ต่างจาก CBD วัฒนธรรมส่วนใหญ่ของมนุษย์ล้วนใช้สารออกฤทธิ์ต่อจิตประสาทรูปแบบใดรูปแบบหนึ่ง และการปรับเปลี่ยนสภาวะจิตสำนึกเป็นพฤติกรรมที่ไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะใน มนุษย์ เท่านั้น THC ให้ประโยชน์ที่หลากหลายเมื่อใช้อย่างเหมาะสม

ประวัติการใช้กัญชามีความเก่าแก่เทียบเท่ากับการแพทย์โบราณรูปแบบอื่น มี หลักฐาน การใช้กัญชาในการแพทย์จีนย้อนหลังไปอย่างน้อย 2,500 ปี แม้จะมีการห้ามใช้ตลอดช่วงศตวรรษที่ 20 และ 21 ผู้คนนับล้านยังคงบริโภค THC อย่างต่อเนื่อง และนักวิทยาศาสตร์ยังคงทำการวิจัยที่เปลี่ยนแปลงโลกได้แม้อยู่ภายใต้ข้อจำกัด

นอกจาก THC จะให้ความรู้สึกผ่อนคลายและความสุข ยังอาจช่วยจัดการอาการของปัญหาทางกายและจิตใจหลายประการ ทั้งนี้ THC เป็นสารที่มีฤทธิ์สูง จึงต้องใช้ด้วยความรู้ความเข้าใจ การศึกษาทั้งทางวิทยาศาสตร์และประวัติศาสตร์ของสารนี้เป็นแนวทางที่ปลอดภัยที่สุดในการทำความเข้าใจคุณสมบัติและผลที่จะได้รับ

บทความนี้จะอธิบายตั้งแต่กลไกการดูดซึม THC เข้าสู่ร่างกาย การค้นพบโมเลกุลและระบบเอนโดแคนนาบินอยด์ จากนั้นจึงครอบคลุมถึงผลและการใช้งานของ THC ทั้งในด้านจิตใจ ร่างกาย และสังคม ตลอดจนข้อจำกัดและผลข้างเคียงที่ควรทราบ

Entourage Effect และการบริโภค THC

ปริมาณ THC เพียงอย่างเดียวเป็นปัจจัยส่วนหนึ่งที่กำหนดความรู้สึกที่ได้รับจากการบริโภคแต่ละสายพันธุ์ Entourage effect คือการเรียกการทำงานร่วมกันของแคนนาบินอยด์และ terpenes ที่งานวิจัยระบุว่า “มีสารเสริมฤทธิ์ที่ช่วยขยายผลของไฟโตแคนนาบินอยด์ในร่างกายมนุษย์” ดังนั้น THC ในปริมาณที่ต่ำกว่าอาจให้ผลที่ชัดเจนกว่าหากมี terpenes ที่เหมาะสม

กัญชาดิบมีแคนนาบินอยด์ในรูปแบบ THCA หรือ Tetrahydrocannabinolic Acid เมื่อผ่านการเผาหรือความร้อน จะเปลี่ยนรูปเป็น Delta-9 Tetrahydrocannabinol ซึ่งเป็นสารที่ผู้บริโภคได้รับผลเมื่อสูบ

ในการผลิตของกินกัญชา THCA จะผ่านกระบวนการ “decarboxylation” เปลี่ยนเป็น Delta-9 THC ด้วยความร้อน ก่อนสกัดออกจากเส้นใยพืช เมื่อบริโภคของกินกัญชา ระบบย่อยอาหารจะนำสารไปยังตับซึ่งเปลี่ยน Delta-9 THC เป็น 11-Hydroxy THC สารใหม่นี้อยู่ในระบบนานกว่า ให้ความรู้สึกที่ต่างออกไป และอาจมีฤทธิ์แรงกว่าการสูบ

การค้นพบ THC และระบบเอนโดแคนนาบินอยด์

ในช่วงปลายศตวรรษที่ 19 และต้นศตวรรษที่ 20 ร้านขายยาหลายแห่งใช้กัญชาในรูปแบบต่างๆ เพื่อบรรเทาอาการเจ็บปวดและอาการอื่นๆ อย่างไรก็ดี สารออกฤทธิ์หลักอย่าง THC เพิ่งได้รับการแยกออกในปี 2507 โดยนักเคมีชาวอิสราเอลชื่อ Raphael Mechoulam ซึ่งทดลองกับกัญชาที่ทางการยึดได้ ในช่วงแรกยังไม่ทราบกลไกการออกฤทธิ์ของ THC จนกระทั่งปี 2531 Mechoulam และทีมงานพัฒนาเทคนิคที่นำไปสู่การค้นพบระบบเอนโดแคนนาบินอยด์

ระบบเอนโดแคนนาบินอยด์ หรือ ECS เป็นหนึ่งในระบบที่สำคัญที่สุดในร่างกาย มีประวัติย้อนหลังหลายล้านปี และพบในสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมทุกชนิด คำว่า “Endo” มาจากภาษากรีก แปลว่า “ภายใน” สื่อถึงระบบภายในของร่างกาย

ECS ควบคุมการทำงานในชีวิตประจำวันหลายด้านของจิตและกาย เช่น อารมณ์ การนอน ความหิว การเผาผลาญ และระดับพลังงาน ECS แบ่งเป็นสองส่วนตามที่ นักวิทยาศาสตร์ เรียกว่า CB1 และ CB2 ซึ่งเกี่ยวข้องกับระบบประสาทส่วนกลางและระบบประสาทส่วนปลายตามลำดับ งานวิจัยชี้ว่า ECS วิวัฒนาการขึ้นเพื่อจัดการ ความเครียด เรื้อรังจากสิ่งกระตุ้นภายนอก และมุ่งสู่ภาวะ “homeostasis” หรือสภาวะที่การทำงานของร่างกายอยู่ในสมดุล

เอนโดแคนนาบินอยด์เกิดขึ้นเองในร่างกาย สารที่ได้รับการยอมรับมากที่สุดคือ Anandamide หรือ “the bliss molecule” ซึ่งมาจากคำสันสกฤต “ananda” แปลว่าความสุข สารนี้รับผิดชอบความรู้สึกพึงพอใจที่ได้รับจากการวิ่ง การกินช็อกโกแลต หรือสิ่งที่ทำให้พึงใจอื่นๆ การทำงานนี้เกิดขึ้นได้เพราะ ECS อยู่ในทุกเซลล์ของร่างกายและทำหน้าที่สื่อสารระหว่างเซลล์

THC และ CBD จัดเป็นไฟโตแคนนาบินอยด์ “phyto” มาจากภาษากรีก แปลว่า “พืช” ไฟโตแคนนาบินอยด์มีหลายชนิด และแต่ละชนิดมีปฏิสัมพันธ์กับ ECS แตกต่างกัน CBD ยับยั้งการสลายของ Anandamide (รายละเอียดเพิ่มเติม) ส่วน THC เลียนแบบรูปร่างและหน้าที่ของเอนโดแคนนาบินอยด์ จึงเป็นเหตุผลว่าทำไม THC มักมีการรายงานว่าให้ความรู้สึกพึงพอใจ และอาจช่วยบรรเทาความเจ็บปวดและการอักเสบ การใช้ THC มากเกินไปหรือใช้ในบริบทที่ไม่เหมาะสม อาจทำให้ ECS เสียสมดุลและก่อให้เกิดความวิตกหรือสับสน

ผลทางการแพทย์ของ THC

ผลิตภัณฑ์ที่มี THC อาจมีการรายงานว่าช่วยจัดการอาการของภาวะต่อไปนี้

มีรายงานเกี่ยวกับการใช้กัญชาในกรณีที่จริงจังขึ้น เช่น การช่วยเรื่องโรคพาร์กินสันโดยอาจลดอาการสั่นและความวิตก และบางแหล่งระบุว่ากัญชาอาจช่วยลดการอักเสบในสมอง ซึ่งมีการเชื่อมโยงเชิงประจักษ์กับโรคอัลไซเมอร์ ผู้ป่วยมะเร็งบางรายมีรายงานการใช้ THC ในระหว่างการฟื้นตัวจากเคมีบำบัด โดยอาจช่วยรักษาความอยากอาหารและจัดการความเจ็บปวดเรื้อรัง

ภาวะที่เกี่ยวข้องกับระบบประสาทอาจเป็นกลุ่มที่ผู้บริโภคพิจารณาใช้กัญชาเพื่อจัดการอาการ ผู้ใช้บางรายรายงานว่าโรคข้ออักเสบ โรคสะเก็ดเงิน ความเจ็บปวดเรื้อรัง PTSD ตลอดจนความเครียดและความกระตุ้นเกินที่เกี่ยวข้องกับ Autism และ ADHD เป็นกลุ่มอาการที่ THC อาจให้การสนับสนุนได้ แนวทางนี้มักใช้ผลิตภัณฑ์ “full spectrum” ที่มีทั้ง CBD และ THC โดยมีรายงานว่าให้ผลที่ดีที่สุดจาก entourage effect

กีฬาที่มีการปะทะรุนแรงก็อาจปลอดภัยขึ้นจากการใช้กัญชา งานวิจัย ใหม่ระบุว่า นักกีฬาอเมริกันฟุตบอลอาจประสบการกระทบกระเทือนทางสมองน้อยลง และอาจลดการบาดเจ็บทางสมองในระยะยาวได้ หากใช้กัญชาเป็นการเตรียมตัวก่อนซ้อมหรือก่อนแข่ง THC และแคนนาบินอยด์อื่นๆ กำลังได้รับการศึกษาในด้านศักยภาพการเป็นสารปกป้องระบบประสาท สำหรับเซลล์ประสาทที่อาจได้รับการกระทบกระเทือนจากแรงปะทะที่กะโหลกและสมอง รายงานเชิงประจักษ์และงานวิจัยบางส่วนระบุว่า ผู้ที่ออกกำลังกายอาจได้รับประโยชน์จากกัญชา เนื่องจากคุณสมบัติในการลดการอักเสบและบรรเทาความเจ็บปวด อาจช่วยในการฟื้นตัว

ผลกระทบต่อบุคคลและสังคมของ THC

ผลของ THC เป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของผู้คนนับล้านทั่วโลก ด้วยเหตุผลที่หลากหลาย กัญชายังคงถูกใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทางจิตวิญญาณในหลายพื้นที่ ทั้งในกรอบทางความเชื่อดั้งเดิมและในกรอบของความเป็นอยู่ที่ดียุคใหม่ ตั้งแต่วันสูบกัญชาประจำชาติในเนปาลเพื่อบูชาพระศิวะ ไปจนถึงคลินิกเวลเนสในเกาะสมุย พืชชนิดนี้ไม่เคยสูญเสียสถานะที่ได้รับการเคารพ

การใช้กัญชาในยุคใหม่อาจไม่ได้ลึกซึ้งทางจิตวิญญาณเท่าในอดีต ผู้คนจำนวนมากบริโภคในงานปาร์ตี้และการพบปะสังสรรค์ ความสัมพันธ์ทางสังคมในปัจจุบันถือเป็น ปัจจัยสำคัญ ต่อการดำรงชีวิตอย่างมีสุขภาพดี การใช้กัญชาเพื่อเสริมการเข้าสังคมจึงอยู่ในกรอบของสุขภาวะที่ดี หากใช้ในปริมาณที่เหมาะสม

ในอีกด้านหนึ่ง ผู้บริโภคจำนวนมากใช้กัญชาคนเดียวหรือกับคู่ครอง ตำแหน่งของแต่ละบุคคลในสเปกตรัมนี้ขึ้นอยู่กับนิสัย ระดับความทน THC และปัจจัยอื่นๆ

ข้อเสนอที่ให้ผู้ใหญ่สามารถใช้กัญชาเพื่อจัดการสภาวะเฉพาะของตนเองได้ ได้รับการสนับสนุนมากขึ้นพร้อมกับการตระหนักรู้เรื่องความหลากหลายทางระบบประสาทและ PTSD ผู้บริโภคหลายท่านใช้เพื่อผ่อนคลายจากการกระตุ้นในชีวิตประจำวัน และมีรายงานว่าอาจช่วยบรรเทาภาวะกระตุ้นเกินและความเครียด ซึ่งมีผลกระทบในระดับที่ต่างกันไปในผู้ที่มีภาวะ ADHD, Autism และ PTSD งานวิจัย ระบุว่ากัญชาอาจช่วยจัดการภาวะขาดโดพามีน และช่วยปรับการควบคุมอารมณ์ในกรณีเหล่านี้ ผู้ใช้บางรายรายงานว่าอาจช่วยลดความถี่ของอาการโกรธ ความรู้สึกท่วมท้น และอาการตื่นตระหนก ซึ่งอาจส่งผลต่อความเป็นอยู่ที่ดีโดยรวม

ผลข้างเคียง

ในช่วงกลางถึงปลายศตวรรษที่ 20 และต้นศตวรรษที่ 21 THC และกัญชาถูกมองว่ามีผลข้างเคียงรุนแรง ซึ่งขัดแย้งกับหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ในกรณีส่วนใหญ่ ปัจจุบันมีการยอมรับมากขึ้นถึงประโยชน์ที่อาจเกิดขึ้นกับผู้ใช้บางกลุ่ม ขณะเดียวกันก็ตระหนักว่าระบบของผู้บริโภคบางท่านอาจไม่เหมาะกับ THC

การใช้สิ่งใดเกินขนาด ย่อมส่งผลเสีย โดยเฉพาะสารที่มีฤทธิ์อย่าง THC ผู้บริโภคบางท่านใช้กัญชาเพื่อหลีกหนีจากบาดแผลทางจิตใจ คล้ายกับการใช้แอลกอฮอล์ กลไกการหลีกหนีอาจทำให้ผู้บริโภคถอยห่างจากสังคม ในบางกรณีอาจทำให้อาการของ ภาวะซึมเศร้า แย่ลง อย่างไรก็ดี งานวิจัย ระบุว่าไม่มีหลักฐานว่ากัญชาเป็นต้นเหตุของภาวะซึมเศร้า และมีหลายกรณีที่ผู้ใช้ในชีวิตประจำวันมีอาการทางกายน้อยลง และอารมณ์ดีขึ้นเมื่อเทียบกับผู้ที่ไม่ใช้ ในทางกลับกัน งานวิจัย ระบุว่าแอลกอฮอล์ในปริมาณใดก็ตามมีแนวโน้มเพิ่มภาวะซึมเศร้า

แต่ละบุคคลมีลักษณะที่แตกต่างกัน ดังนั้น การใช้กัญชาที่ได้รับการควบคุมโดยผู้ใหญ่ที่มีความรู้ จึงเป็นแนวทางที่ส่งผลดีต่อสุขภาพสาธารณะ การให้ความรู้นี้สำคัญอย่างยิ่งโดยเฉพาะสำหรับเยาวชน การบริโภค THC ในวัยเด็กอาจส่งผลต่อพัฒนาการสมอง และผู้ที่มีแนวโน้มต่อความผิดปกติทางจิตอย่างรุนแรง มีความเสี่ยงสูงขึ้นหากใช้กัญชาในปริมาณมาก

ผู้บริโภคหลายท่านใช้กัญชาเพื่อช่วยเรื่องการนอน เนื่องจากสายพันธุ์ที่เหมาะสมอาจให้ความรู้สึกผ่อนคลาย อย่างไรก็ดี ตามที่ บทความ นี้ระบุ เรื่องนี้ไม่ใช่วิทยาศาสตร์ที่ตายตัว ในช่วงแรกกัญชาอาจช่วยให้ผู้ใช้บางท่านหลับเร็วและนานขึ้น แต่มีรายงานว่าเชื่อมโยงกับการลดลงของช่วง REM ซึ่งเป็นช่วงพักผ่อนที่สำคัญ นอกจากนี้ เมื่อความทนเพิ่มขึ้น ฤทธิ์ผ่อนคลายจะลดลงและผู้ใช้ต้องบริโภคในปริมาณที่เพิ่มขึ้น ซึ่งอาจนำไปสู่อาการถอนที่กระทบ ภาวะนอนไม่หลับ เรื่องนี้แตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล และต้องอาศัยวิจารณญาณส่วนตัวเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด

บทสรุป

THC เป็นสารออกฤทธิ์ต่อจิตประสาทที่พบได้ทั่วไป เป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของผู้คนนับล้านในระดับเดียวกับสารอื่นๆ เช่น คาเฟอีน แอลกอฮอล์ หรือนิโคติน แต่ไม่มีสารใดในสามชนิดนี้ได้รับการยอมรับว่ามีรายงานประโยชน์ต่อสุขภาพเท่ากับ THC และแคนนาบินอยด์อื่นๆ

ในประวัติศาสตร์และในชีวิตยุคใหม่ THC ได้รับการรายงานเชิงประจักษ์ว่าอาจช่วยจัดการอาการของภาวะที่กระทบคุณภาพชีวิตหลายประการ จึงไม่น่าแปลกใจที่ผู้คนปฏิเสธการห้ามใช้ ปัจจุบันมีประเทศจำนวนมากขึ้นที่ตระหนักถึงผลเสียของการห้ามใช้ ความปลอดภัยและความรู้ของสาธารณะจึงเพิ่มขึ้น

สำหรับผู้บริโภค ความรู้เกี่ยวกับความชอบและความสัมพันธ์ส่วนตัวกับกัญชา ช่วยให้สามารถดูแลตนเองได้อย่างมั่นใจ พร้อมรับข้อมูลจากผู้เชี่ยวชาญ อุตสาหกรรมที่ขับเคลื่อนด้วยโมเลกุลพิเศษนี้ มีศักยภาพในการนำมาซึ่งประโยชน์มหาศาลแก่ผู้คนทั่วโลก หากดำเนินการบนพื้นฐานของความเคารพระหว่างพืช ผู้บริโภค ผู้ประกอบการ และภาครัฐ

แหล่งข้อมูล:

https://www.lexology.com/library/detail.aspx?g=e5852a68-5129-4727-b8b4-26e06a4391ab#:~:text=The%20legalisation%20of%20adult%2Duse,of%20less%20restrictive%20legal%20regulation.

Come say hi.

Drop into the nearest branch. We're better in person.

See all five branches →