กัญชาในประเทศไทย ทิศทางที่น่าจับตาในปี 2025
อุตสาหกรรมกัญชาในประเทศไทยช่วงที่ผ่านมามีความเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่อง ทั้งในเชิงนโยบาย โครงสร้างตลาด และการรับรู้ของสังคม ผู้ประกอบการรายใหม่เปิดตัวควบคู่กับการปิดกิจการของผู้เล่นบางราย หลายฝ่ายจึงตั้งคำถามว่า ยุคการเปลี่ยนผ่านในช่วงต้นของกัญชาไทยใกล้สิ้นสุดแล้วหรือยัง
ในมุมมองของผม คำตอบคือยังไม่ใกล้ครับ อุตสาหกรรมนี้ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น และยังต้องใช้เวลาอีกระยะกว่าตลาดจะมีเสถียรภาพและโครงสร้างที่ชัดเจน
ในปี 2025 มีแนวโน้มสำคัญที่ผมมองว่าน่าจับตา ดังต่อไปนี้
1. การลงทุนที่จริงจังและมาตรฐานที่สูงขึ้น
อุตสาหกรรมเริ่มก้าวพ้นช่วงตามกระแส กัญชาไม่ได้เป็นเพียงโอกาสทางธุรกิจตามเทรนด์ แต่กำลังพัฒนาสู่ภาคส่วนที่มีโครงสร้างชัดเจน ในปี 2025 ผมคาดว่าจะเห็น
- ผลิตภัณฑ์กัญชาที่มีคุณภาพสูงขึ้นบนชั้นวาง
- พื้นที่ค้าปลีกที่ออกแบบเพื่อมอบประสบการณ์ระดับพรีเมียม
- เทคนิคการเพาะปลูกขั้นสูงและแนวปฏิบัติทางการเกษตรที่ได้รับการพัฒนา เพื่อตอบสนองความต้องการที่เพิ่มขึ้น
เมื่อการแข่งขันเข้มข้นขึ้น ผู้ประกอบการจะหันมาให้ความสำคัญกับความสม่ำเสมอ คุณภาพ และความพึงพอใจของลูกค้ามากกว่าเดิม ผู้ที่ไม่ปรับตัวจะตามไม่ทัน

2. การเติบโตของผลิตภัณฑ์ที่ไม่ใช่ดอก
ดอกกัญชายังคงเป็นกลุ่มสินค้าหลัก ในขณะเดียวกัน ผลิตภัณฑ์อย่างน้ำมัน ทิงเจอร์ อาหาร และผลิตภัณฑ์ทาภายนอกได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ Siam Green เองพบเทรนด์นี้ในทุกไตรมาส เป็นการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในตลาดที่พัฒนาเต็มที่อย่างสหรัฐอเมริกาเช่นกัน เมื่อผู้บริโภคเปิดรับรูปแบบใหม่ ผู้ผลิตก็ตอบสนองด้วยตัวเลือกที่หลากหลายและคุณภาพที่ดีขึ้น
3. การควบรวมในอุตสาหกรรม
การควบรวมเป็นขั้นตอนธรรมชาติของตลาดเกิดใหม่ทุกแห่ง อุตสาหกรรมกัญชาในประเทศไทยก็เช่นกัน เราจะเห็นผู้เล่นรายใหญ่ร่วมมือกันเพื่อขยายขอบเขตการดำเนินงาน ขณะที่ผู้ประกอบการรายเล็กอาจต้องปิดกิจการ
นี่ไม่ใช่เรื่องน่ากังวล แต่เป็นกระบวนการที่จำเป็น การควบรวมจะช่วยให้อุตสาหกรรมมีความยั่งยืน ผู้ที่ยังคงอยู่จะเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมและการเติบโต พร้อมสร้างตลาดที่แข็งแกร่งและเชื่อถือได้ให้กับผู้บริโภค

4. การเปลี่ยนผ่านสู่ตลาดที่มีวุฒิภาวะ
ในช่วงแรกของการเปิดตลาดในประเทศไทย ผู้บริโภคจำนวนมากให้ความสนใจกับสายพันธุ์ที่มี THC สูงเป็นพิเศษ ซึ่งเป็นพฤติกรรมที่พบได้ทั่วไปในตลาดยุคเริ่มต้น เมื่อตลาดเติบโต พฤติกรรมของผู้บริโภคก็เปลี่ยนไปด้วย
ในปี 2025 ผมคาดว่าฐานผู้บริโภคจะมีความรู้ความเข้าใจมากขึ้น คำถามจะเฉพาะเจาะจงและลึกขึ้น เช่น
- “สายพันธุ์นี้ให้ผลในลักษณะใด”
- “มีผลิตภัณฑ์ที่ โปรไฟล์เทอร์พีน แบบนี้หรือไม่”
- “ความถี่ในการใช้ที่เหมาะสมเพื่อให้ได้ผลตามที่ต้องการเป็นอย่างไร”
บัดเทนเดอร์จะมีบทบาทเป็นที่ปรึกษา ช่วยลูกค้าเลือกผลิตภัณฑ์ที่ตรงกับความต้องการและไลฟ์สไตล์ การพูดถึง อินดิกา และ ซาติว่า จะถูกแทนที่ด้วยความเข้าใจในความซับซ้อนของพืชชนิดนี้อย่างแท้จริง
5. การลงทุนจากต่างประเทศที่เพิ่มขึ้น
เมื่อตลาดกัญชาในประเทศไทยมีความโปร่งใสและมีเสถียรภาพมากขึ้น นักลงทุนต่างชาติจะให้ความสนใจมากขึ้นเป็นลำดับ ด้วยที่ตั้งทางยุทธศาสตร์และชื่อเสียงด้านคุณภาพที่ค่อย ๆ สั่งสม ประเทศไทยมีศักยภาพที่จะเป็นผู้เล่นสำคัญในเวทีโลก
การลงทุนนี้จะช่วยสนับสนุนนวัตกรรม ยกระดับโครงสร้างพื้นฐาน และตอกย้ำสถานะของประเทศไทยในอุตสาหกรรมกัญชาระดับสากล ซึ่งเป็นผลดีต่อทั้งภาคธุรกิจและผู้บริโภค

ทิศทางของ Siam Green
ที่ Siam Green Cannabis Co เราภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้ ผลิตภัณฑ์ของเราเพาะปลูกในประเทศไทยจากฟาร์มที่ได้รับการคัดสรร ผ่านการดูแลอย่างใส่ใจ และอยู่ภายใต้มาตรฐานคุณภาพระดับสูง ทั้งสำหรับผู้ที่เพิ่งเริ่มต้นและผู้ที่มีประสบการณ์
ด้วย 5 สาขา ทั่วกรุงเทพและเกาะสมุย Phrom Phong ติด EmQuartier ตรงข้าม Emporium รวมถึง Silom, Nana, Chinatown และ Chaweng เรามีดอกกัญชาพรีเมียม ผลิตภัณฑ์ที่ไม่ใช่ดอกในรูปแบบใหม่ และทีมงานที่พร้อมให้คำแนะนำ การซื้อทุกครั้งดำเนินการภายใต้แนวทาง พ.ท.33 พร้อมการตรวจบัตรประจำตัว
อนาคตของกัญชาในประเทศไทยน่าจับตายิ่ง ขอเรียนเชิญท่าน แวะเยี่ยมเรา เพื่อร่วมเดินไปกับเราในเส้นทางนี้ครับ